เมื่อรถไฟสุดหรูอย่างโอเรียนท์เอกซ์เพรสต้องหยุดชะงักกลางทางเพราะหิมะตกหนัก และเกิดคดีฆาตกรรมปริศนาขึ้นภายในขบวน ผู้โดยสารทั้ง 13 คนต่างถูกจับตามอง ใครคือฆาตกรตัวจริง? หนังฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส (Murder on the Orient Express) ฉบับปี 2017 นำแสดงและกำกับโดย Kenneth Branagh พาเรากลับไปสัมผัสตำนานนักสืบ Hercule Poirot ในแบบที่ตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้เวอร์ชั่นคลาสสิก
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อนักสืบอัจฉริยะ Hercule Poirot (Kenneth Branagh) ขึ้นรถไฟโอเรียนท์เอกซ์เพรสเพื่อเดินทางจากอิสตันบูลไปยังลอนดอน ท่ามกลางผู้โดยสารนานาชาติที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในคืนที่รถไฟติดอยู่ในหิมะ เหยื่อคือ Edward Ratchett (Johnny Depp) ชายผู้มีอดีตอันดำมืด Poirot ต้องสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 13 คน เปิดเผยความลับและแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าที่ดูบริสุทธิ์
งานการแสดงและตัวละคร
หนังรวมดาราชั้นนำมากมาย แต่ละคนรับบทบาทที่ท้าทาย Kenneth Branagh ถ่ายทอด Poirot ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ ทั้งความเจ้าเล่ห์และความมุ่งมั่น Johnny Depp ในบทเหยื่อก็ทำได้ดี แม้จะมีเวลาบนจอไม่มาก Michelle Pfeiffer ในบท Caroline Hubbard โดดเด่นด้วยลีลาการแสดงที่ทั้งตลกและน่าสงสัย Josh Gad, Willem Dafoe, Daisy Ridley ต่างก็มีบทบาทสำคัญที่ทำให้หนังมีสีสัน อย่างไรก็ตาม ตัวละครบางตัวอาจถูกจำกัดด้วยเวลาที่มีจำกัด ทำให้การพัฒนาตัวละครไม่ลึกเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Kenneth Branagh ในฐานะผู้กำกับ เลือกใช้เทคนิคการถ่ายทำที่สวยงาม โดยเฉพาะมุมกล้องที่เน้นความอึดอัดและคับแคบของตู้รถไฟ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวน ภาพรวมของหนังมีความอาร์ตและสวยงามตามสไตล์ของ Branagh ดนตรีประกอบโดย Patrick Doyle ช่วยเสริมบรรยากาศลึกลับได้ดี แต่ในบางช่วงจังหวะของหนังอาจช้าไปเล็กน้อย โดยเฉพาะการสอบสวนที่ยืดเยื้อ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
การดัดแปลงนิยายคลาสสิกของ Agatha Christie มารอบนี้เน้นความบันเทิงและความสง่างามมากกว่าความลึกซึ้งทางจิตวิทยา หนังพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการเคารพต้นฉบับและการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เช่น การเน้นย้ำถึงความยุติธรรมที่ Poirot ยึดถือ อย่างไรก็ตาม การที่หนังต้องย่อเรื่องราวที่ซับซ้อนให้เหลือเพียง 114 นาที ทำให้บางส่วนถูกตัดทอนไป โดยเฉพาะการเปิดเผยตอนจบที่อาจรู้สึกเร่งรีบเกินไปสำหรับแฟนนิยาย แต่สำหรับผู้ชมทั่วไปที่ไม่ได้คาดหวังอะไรซับซ้อน หนังก็ยังสนุกและชวนติดตาม
สรุป
หนังฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส (2017) เป็นผลงานที่ดูเพลินสำหรับคอหนังสืบสวน โดยเฉพาะแฟน Agatha Christie และคนที่ชอบชมการแสดงของดาราชั้นนำ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน แต่ก็เป็นหนังที่ควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะถ้าคุณยังไม่เคยรู้ตอนจบมาก่อน
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +นักแสดงระดับตำนานมากมาย แสดงได้ยอดเยี่ยม
- +ภาพสวยงาม งานโปรดักชันอลังการ
- +บทสนทนาคมคาย รักษาจิตวิญญาณของนิยายต้นฉบับ
👎 จุดด้อย
- −จังหวะหนังบางช่วงช้า โดยเฉพาะช่วงสอบสวน
- −การพัฒนาตัวละครบางตัวไม่ลึกเนื่องจากมีนักแสดงมาก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สนุกสำหรับคนชอบหนังลึกลับสืบสวน โดยเฉพาะแฟน Agatha Christie แต่อาจไม่ตื่นเต้นเท่าหนังระทึกขวัญทั่วไป
เวอร์ชั่น 2017 เน้นภาพสวยงามและเทคนิคการถ่ายทำที่ทันสมัยกว่า รวมถึงเพิ่มบทบาทของ Poirot ให้เด่นขึ้น ขณะที่เวอร์ชั่นเก่าจะเน้นการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิม
ไม่มาก เพราะเขาเป็นเหยื่อที่ถูกฆ่าตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ก็มีบทบาทในฉากแฟลชแบ็ค
ไม่รุนแรงมาก มีเพียงภาพการฆาตกรรมที่ถูกนำเสนอแบบไม่โจ่งแจ้ง แต่บรรยากาศลึกลับอาจทำให้คนที่กลัวหนังสยองขวัญรู้สึกอึดอัดบ้าง