หากคุณเคยหลงรักโลกของฮิคคัพและทูธเลสในภาพยนตร์ How to Train Your Dragon แล้วล่ะก็ ซีรีส์ 'มังกรไวกิ้งสุดขอบโลก' (DreamWorks Dragons) คือการเดินทางที่คุณไม่ควรพลาด ด้วยจำนวนตอนถึง 40 ตอนใน 2 ซีซัน เรื่องราวขยายจักรวาลของเบิร์กออกไปอีกขั้น พาเราไปสำรวจดินแดนใหม่ มังกรสายพันธุ์แปลก และมิตรภาพที่ถูกทดสอบ นี่คือบทสรุปจากกองบรรณาธิการที่พร้อมจะพาคุณบินไปกับลม!
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ซีรีส์เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ภาคแรก ฮิคคัพกับเพื่อนไวกิ้งรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการฝึกมังกรและปกป้องหมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็ค้นพบว่ายังมีมังกรอีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่เหนือขอบฟ้า การผจญภัยของพวกเขาพาไปสู่เกาะลึกลับ เผชิญหน้ากับนักล่ามังกร และไขปริศนาที่เกี่ยวข้องกับอดีตของสตอยค์ผู้เป็นพ่อ เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างสนุกสนาน สลับกับบทเรียนเรื่องความกล้าหาญและความไว้ใจ โดยไม่ทิ้งอารมณ์ขันแบบฉบับดรีมเวิร์กส์
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นแอนิเมชั่น แต่ทีมพากย์เสียงทำได้ยอดเยี่ยม America Ferrera ให้เสียงอัสตริดที่ทั้งเด็ดเดี่ยวและอ่อนโยน ส่วน Nolan North ในบทสตอยค์อบอุ่นและทรงพลัง ตัวละครรองอย่างสนอทเลาท์ (Zack Pearlman) และรัฟนัท (Andree Vermeulen) ก็เพิ่มสีสันด้วยมุกตลก อย่างไรก็ตาม ตัวละครบางตัวอาจดูซ้ำซากในบางตอน เช่น ตัวร้ายที่แรงจูงใจไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ในฐานะซีรีส์ที่ออกอากาศทางทีวี งานภาพยังคงคุณภาพของดรีมเวิร์กส์ไว้ได้อย่างดี โดยเฉพาะการออกแบบมังกรหลากหลายสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉากแอ็กชันไหลลื่น ตื่นเต้นเร้าใจ ดนตรีประกอบโดย John Powell (จากภาพยนตร์) ยังคงสร้างบรรยากาศยิ่งใหญ่ แต่บางตอนอาจรู้สึกว่าลดทอนลงไปบ้างเมื่อเทียบกับเวอร์ชันจอเงิน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์นี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างภาพยนตร์ภาคแรกและภาคสองได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่การยืดเวลาแต่เพิ่มมิติให้ตัวละคร โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างฮิคคัพกับเพื่อนไวกิ้ง และพัฒนาการของทูธเลสที่เริ่มสื่อสารกับมนุษย์ได้ลึกซึ้งขึ้น ข้อดีคือเนื้อเรื่องแต่ละตอนสั้นกระชับ (ประมาณ 22 นาที) เหมาะกับการรับชมแบบสบาย ๆ แต่ข้อเสียคือบางตอนเดินเรื่องช้าหรือซ้ำซาก โดยเฉพาะในซีซันที่สองที่เริ่มยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแฟรนไชส์นี้ นับเป็นของหวานที่ขาดไม่ได้
สรุป
สำหรับแฟน How to Train Your Dragon ทุกคน นี่คือซีรีส์ที่ควรค่าแก่การดู เพราะเติมเต็มช่องว่างระหว่างภาคแรกและภาคสองด้วยการผจญภัยที่สนุกสนาน แม้จะมีบางตอนที่ยืดเยื้อ แต่โดยรวมแล้วเป็นแอนิเมชั่นคุณภาพที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ดูเพลินได้ไม่ยาก
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ขยายจักรวาล How to Train Your Dragon ได้น่าสนใจ
- +มังกรสายพันธุ์ใหม่ดีไซน์สวยงามและมีเอกลักษณ์
- +พากย์เสียงไทย/ต้นฉบับคุณภาพดี ให้อารมณ์ร่วม
- +เนื้อหาสั้นกระชับ เหมาะกับทุกวัย
👎 จุดด้อย
- −บางตอนซ้ำซาก โดยเฉพาะซีซัน 2
- −ตัวร้ายมีมิติจำกัด แรงจูงใจผิวเผิน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรดู How to Train Your Dragon (2010) ก่อน เพราะเนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน
มี 2 ซีซัน รวม 40 ตอน (ซีซันแรก 20 ตอน, ซีซันที่สอง 20 ตอน)
มีพากย์ไทยทั้ง 2 ซีซัน ฉายทางช่องการ์ตูนคลับและสตรีมมิ่งบางแพลตฟอร์ม
ปัจจุบันหาดูได้ทาง Disney+ Hotstar และ Netflix (บางประเทศ) รวมถึงช่องการ์ตูนคลับ